บุคลิกภาพ (Personality)

posted on 29 Nov 2009 14:27 by nichisang in knowlege

บุคลิกภาพ

  แนวคิดเกี่ยวกับบุคลิกภาพ

      บุคลิกภาพ มาจากคำบาลี 2 คำ คือ บุคลิก กับ ภาวหรือภาพ เมื่อนำมารวมกันหรือสมาสกันเป็น บุคลิกภาพ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Personality แปลว่า ลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลซึ่งแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะไม่ตรงกัน

นอกจากนี้ นักจิตวิทยาได้ให้ความหมายบุคลิกภาพไว้หลายทัศนะด้วยกัน เช่น

   บุคลิกภาพ  คือ  ผลรวมของพันธุกรรม  และประสบการณ์ทั้งหมดของบุคคล

   บุคลิกภาพ  คือ ลักษณะรวมของบุคคล และวิธีการแสดงออกทางพฤติกรรม ซึ่งกำหนดการปรับตัววจามแบบฉบับของแต่ละบุคคลต่อสิ่งแวดล้อม

   บุคลิกภาพ คือ กระบวนการสร้างหรือการจัดส่วนประกอบของแต่ละคน ทั้งภายในและภายนอก(จิตใจและร่างกาย) ซึ่งบุคลิกภาพนี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องกำหนด ตัดสินพิจารณาลักษณะพฤติกรรม และความนึกคิดของบุคคลนั้น

    สรุป  บุคลิกภาพ คือ  ลักษณะพิเศษเฉพาะของบุคคลแต่ละบุคคล อันทำให้บุคคลนั้นแตกต่างจากบุคคลอื่น ๆ บุคลิกภาพประกอบด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติ

  องค์ประกอบของบุคลิกภาพ

บุคลิกภาพ ประกอบไปด้วยลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

1.  ลักษณะท่าทาง

2.  ลักษณะทางใจ

3.  ลักษณะทางสังคม

4.  ลักษณะทางอารมณ์

  ลักษณะของผู้มีบุคลิกภาพที่ดี

         บุคลิกภาพที่ดี มักจะเป็นคนที่มีพื้นฐานด้านสุขภาพจิตดี ทำให้มีการปรับตัวที่ดี และส่งผลถึงการมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย ผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดี จะมี  คุณลักษณะและความสามารถทางจิตที่สำคัญ 6 ประการ ดังต่อไปนี้

1.  ความสามารถในการรับรู้และเข้าใจสภาพความจริงอย่างถูกต้อง

2.  การแสดงอารมณ์ในลักษณะและขอบเขตที่เหมาะสม

3.  ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม

4.  ความสามารถในการทำงานที่อำนวยคุณประโยชน์

5.  ความรักและการต้องการทางเพศ

6.  ความสามารถในการพัฒนาตน

     การพัฒนาบุคลิกภาพ 

        คำว่า บุคลิกภาพ มาจากคำว่า Personality แปลว่า ลักษณะเฉพาะตัวของบุคคล ซึ่งไม่เหมือนกัน ดังนั้น บุคลิกภาเราจึงหมายถึง ลักษณะเฉพาะตังของเราแต่ละคน ซึ่งไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร บุคลิกภาพเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่มีใครสามารถเลียนแบบบุคลิกภาพผู้อื่นได้เหมือนทุกอย่าง ทุกประการ และบุคลิกภาพสามารถปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นได้

  ประเภทของบุคลิกภาพที่ควรปรับปรุง 

บุคลิกภาพของบุคคลโดยทั่ว ๆ ไป แบ่งเป็น 2 ประเภท

1. บุคลิกภาพภายนอก

2. บุคลิกภาพภายใน

  การปรับปรุงบุคลิกภาพภายนอก 

   การปรับปรุงบุคลิกภายนอก หมายถึง สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัด หรือ สัมผัสได้ การปรับปรุงแก้ไขก็ทำได้ง่าย ใช้เวลาน้อย และวัดผลได้ทันที ได้แก่

-  รูปร่างหน้าตา

- การปรับปรุงการแต่งกาย

-การปรับปรุงในเรื่องการติดต่อสื่อสาร

-การปรับปรุงการพูด

-การปรับปรุงการฟัง

  การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน

     การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน  หมายถึง สิ่งที่มองไม่เห็น และ สัมผัสยาก ต้องมีโอกาสทำงานร่วมกัน หรืออยู่ด้วยกันนานๆ บุคลิกภาพภายในจึงจะแสดงออกมา การแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่อนข้างยาก ใช้เวลานาน และวัดผลลำบาก

   บุคลิกภาพภายนอก    ได้แก่

  * ความกระตือรือร้น

  * ความซื่อสัตย์

  * ความสุภาพ

  * ความร่าเริงและความร่วมมือ

  * ความแนบเนียน

  * ความยับยั้งชั่งใจ

  * ความจริงใจ

  * จินตนาการ 

 

อ้างอิง

http://comschool.site40.net/s6.html

     ฟรอยด์ เป็นชาวยิว เกิดที่ประเทศเชคโกสโลวาเกีย เป็นจิตแพทย์ที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ริเริ่มศึกษาพฤติกรรมบุคลิกภาพของมนุษ์ย์โดยวิธีวิทยาศาสตร์

     แนวคิด  โครงสร้างบุคลิกภาพ สัญชาตญาณ ความกังวล (กลัวสิ่งแวดล้อมรอบตัว กลัวทำสิ่งอับอาย กลัวสำนึกรับผิดชอบชั่วดี) *กลวิธานป้องกันตัว

     ฟรอยด์สังเกตและบันทึกพฤติกรรมของผู้ป่วยโรคจิตและนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ตีความ เขาสนใจทางประสาทวิทยาและการสะกดจิต เป็นผู้นำแนวคิด Freudian psychoanalysis  ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและบุคลิกภาพของมนุษย์ แนงคิดของเขาได้กระตุ้นให้นักวิชาการสมัยหลังได้คิดค้นศาสตร์พฤติกรรมในเวลาต่อมา

     ระดับขั้นจิตสำนึก

1. จิตสำนึก (Concious) *รู้* ภาวะมีสตเต็ม

2. จิตกึ่งสำนึก (Subconcious) *รู้กับไม่รู้* ภาวะกึ่งระหว่างสำนึกรู้กับไม่รู้ *เผลอพูด

3. จิตไร้สำนึก (Unconcious) *ไม่รู้* ภาวะไม่สำนึกรู้ *ความฝัน

   ฟรอยด์เปรียบเทียบจิตใจมนุษย์มีสภาพคล้ายภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในมหาสมุทร มีส่วนเหนือผิวน้ำส่วนน้อย ควบคุมโดยจิตสำนึกต้องการแสง อากาศและ ส่วนที่อยู่ใต้ผิวน้ำเป็นส่วนที่ใหญ่ อยู่ในความมืด ควบคุมโดยจิตใต้สำนึก ซึ่งมีกลไกทางจิตหลายประเภทเช่น แรงจูงใจ อารมณืที่ถูกกด ความร(สึกนึกคิด ความฝัน จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม

     โครงสร้างบุคลิกภาพ

1. ID พลังความสุข พลังเพศ พลังก้าวร้าว สัญชาตญาณ  วัยเด็กจะมีพลัง id สูงกว่า ego และsuperego

2. EGO พลังความรู้จริง เพื่อตอบสนอง id เช่นทำอาหารเอง

3. SUPEREGO เรียนรู้ค่านิยม เช่นมโนธรรม ความดี-ชั่ว หักห้ามความรุนแรงของ id

     การทำงานร่วมกันของพลังทั้ง3 โดย ego จะเป็นตัวประสานระหว่าง id และ superego ถ้า id สูง บุคลิกภาพเป็นเด็ก ไม่รู้จักโต เอาแต่ใจ ego สูงจะเป็นคยมีเหตุผล นักปฎิบัติ superego สูงเป็นนักอุดมมคติ นักทฤษฎี

 (ego เข้มแข็ง จะมีบุคลิกภาพที่พึงประสงค์)

     Psychosexual Develomantel Stage

1. Oral Stage 18 เดือน มีสุขโดยใช้กิจกรรมทางปาก

2. Anal Stage 18เดือน-3ปี หาสุขใช้กิจกรรมทางทวารหนัก

3. Phallic Stage 3-6ปี หาความสุขจากอวัยวะเพศปฐมภูมิ เช่นเล่นอวัยวะเพศชาย ชายติดแม่เลียนแบบพ่อ

หญิงติดพ่อเลียบแบบแม่ 

4. Latency Stage 6-11ปี พัฒนาร่างกายช้าลง เด็กเริ่มพัฒนาสังคมนอกครอบครัว สนิทกับเพื่อนเพศเดียวกัน

5. Genital Stage 12-20ปี ลักษณะทุติยภูมิทางเพศมีวุฒิภาวะสมบูรณืเต็มที่

     ความกังวล Anxiety แบ่งเป็น 3 ประเภท

1. Reality anxity ไม่กลัวสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นต้นกำเนิด 2และ3

2. Neurotic anxity กลัวตัวตนไม่สามารถคุมสัญชาตญาณได้ กลัวถูกประจาน ลงโทษ ทำสิ่งอับอาย

3. Moral anxity กลัวสำนึกผิดชอบชั่ว-ดี

     จุง เกิดที่สวิตเซอร์แลนด์และเป็นแพทย์ที่เมืองซูลิค

   แนวคิดสำคัญ

1. หน้ากาก/หัวโขน แสงตนตามพฤติกรรมที่สังคมคาดหวัง ถ้าขัดแย้งบุคลิกที่แท้จริงบ่อยๆ จะหลอกตัวเองและผู้อื่นตลอดเวลา

2. Personal unconcious เป็นส่นประสบการณ์ของจิตสำนึกมาก่อนแต่ถูกเก็บกดไว้ในจิตใต้สำนึกและความคิดรู้สึกรวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่า "ปม"

3. Collective Unconcious กระบวนการจิตใต้สำนึกที่สะสมบุคลิกภาพมาหลายชั่วคนเรียกว่า Archetype

4. Anima*Animus ทุกคนมีลักษณะเป็นชายและหญิงในตัวทุกคน  ชาย-Anima,หญิง-Animus

5. Shadow เป็นส่วนถูกบดบังในจิตใต้สำนึก เช่นความก้าวร้าว ความต้องการทางเพศ

     Attiude จุงแบ่งบุคลิกภาพเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

 Extraversion ชอบแสดงตัว เข้าหาสิ่งแวดล้อม นอกตัว

 Introversion เก็บตัว สนใจเรื่องของตัวเอง

2 ลัษณะนี้ย่อมมีในตัวคนเดียวกันแล้วแต่ว่ามีลักษณะอย่างใดมากกว่า

     จุง แป่งสภาพจิตใจของมนุษย์เป็น 4 ประเภท

1. ความคิด 2. ความรู้สึก 3. การสัมผัสรู้ 4. ญาณสังหรณ์

(1และ2มีเหตุผล/3และ4ไม่มีเหตุผล) ทั้ง4ประเภทนี้ถ้าพัฒนาได้อย่างสมดุลบรรลุภาวะคนสมบูรณ์